สกุลเงิน
ราคา
เปอร์เซ็นต์

เครื่องคำนวณ Fibonacci

ในการใช้เครื่องคำนวณ Fibonacci ให้เริ่มจากการกำหนดก่อนว่าแนวโน้มของช่วงราคาที่คุณต้องการคำนวณระดับ Fibonacci เป็นขาขึ้น (Uptrend) หรือขาลง (Downtrend) เมื่อระบุทิศทางแนวโน้มได้แล้ว ให้ใส่ราคาสูงสุด (High) และราคาต่ำสุด (Low) ของช่วงราคานั้น คุณยังสามารถใส่ราคา Custom (Custom Price) เพื่อใช้ในการคำนวณระดับ Fibonacci Extension ได้ด้วย หากเว้นช่อง Custom ว่างไว้ ระบบจะใช้ค่าราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดแทน

ขาขึ้น (Uptrend)

ล้างค่า
ระดับ Fibonacci Retracement ระดับ Fibonacci Extension
0.0% - 261.8% -
23.6% - 200.0% -
38.2% - 161.8% -
50.0% - 138.2% -
61.8% - 100.0% -
76.4% - 61.8% -
100.0% -
138.2% -
161.8% -

ขาลง (Downtrend

ล้างค่า
ระดับ Fibonacci Retracement ระดับ Fibonacci Extension
0.0% - 261.8% -
23.6% - 200% -
38.2% - 161.8% -
50.0% - 138.2% -
61.8% - 100.0% -
76.4% - 61.8% -
100.0% -
138.2% -
161.8% -

เทรด Forex ด้วยเครื่องคำนวณ Fibonacci เพื่อให้เหนือกว่าตลาด

จำนวน Fibonacci ถูกนำเข้าสู่วงการวิชาการยุโรปโดยนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาเลียนชื่อ Leonardo Bigollo Pisano หรือที่รู้จักกันในชื่อ Fibonacci เขาเป็นผู้แนะนำระบบตัวเลขแบบอินเดียผ่านหนังสือชื่อดัง Liber Abaci (ปี ค.ศ. 1202) อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่เทรดเดอร์ Forex รู้สึกขอบคุณนักคณิตศาสตร์คนนี้คือการประยุกต์ใช้ “ลำดับ Fibonacci” ที่ทรงพลังอย่างยิ่งในการเทรด

คุณสามารถนำลำดับ Fibonacci มาใช้ในตลาด Forex ได้อย่างง่ายดายด้วยความช่วยเหลือจากเครื่องคำนวณ Fibonacci ของเรา

Fibonacci คืออะไร?

ลำดับ Fibonacci คือชุดของตัวเลขที่แต่ละตัวเป็นผลรวมของตัวเลขสองตัวก่อนหน้า ตามทฤษฎีแล้วลำดับ Fibonacci เริ่มจาก 0 แต่ในตำราเรียนส่วนใหญ่มักเริ่มนับจาก 1 อย่างไรก็ตาม ในการเทรด ค่าที่ 0 ก็มีความสำคัญเช่นกัน และเราจะพูดถึงบทบาทของมันในภายหลังเมื่ออธิบายการนำลำดับนี้ไปใช้ในการเทรด

โดยสรุปแล้ว สูตรพื้นฐานของลำดับ Fibonacci คือ:

Fn = Fn-1 + Fn-2

ดังนั้น ถ้า n = 1 สูตร Fibonacci จะสร้างลำดับตัวเลขดังต่อไปนี้:

1, 1, (1+1) 2, (1+2) 3, (2+3) 5, (3+5) 8, ... 13, 21, 34, 55, 89, 144... เป็นต้น

ทำไมลำดับ Fibonacci จึงสำคัญมากในการเทรด Forex?

ลำดับ Fibonacci ซึ่งมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับอัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio) ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งในธรรมชาติ และแนวคิดนี้ยังคงทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น การวิวัฒนาการของสัตว์และพืช รู้สึกทึ่งอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น เราสามารถพบลำดับ Fibonacci ได้ในโครงหน้า มวลเมล็ดดอกไม้ กลีบดอกไม้ กิ่งก้านของต้นไม้ กาแล็กซีแบบเกลียว ไปจนถึงโครงสร้างของพายุเฮอริเคน

แม้การใช้ระดับ Fibonacci ในการเทรดจะไม่ใช่ระบบที่แม่นยำ 100% แต่ระดับเหล่านี้มักกลายเป็นแนวรับและแนวต้านสำคัญ และเมื่อระดับ Fibonacci มาซ้อนทับกับแนวรับ–แนวต้านทางประวัติศาสตร์ (confluence) เทรดเดอร์ก็สามารถใช้ระดับเหล่านี้เพื่อระบุจุดที่ราคาคู่เงินอาจหยุดและกลับตัวได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เมื่อคุณรู้ตำแหน่งของระดับ Fibonacci สำคัญ คุณยังสามารถลดความเสี่ยงของดีลที่เปิดอยู่ หรือมองหาจังหวะกลับตัวเพื่อเข้าเทรดสวนแนวโน้มได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ทำความเข้าใจกับแนวคิด Self-fulfilling Prophecy

ปรากฏการณ์นี้ยังไม่มีคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน แต่ศาสตร์ด้านจิตวิทยามวลชนได้ให้คำอธิบายที่ดีมากว่าทำไมระดับ Fibonacci จึงสามารถกลายเป็นเครื่องมือทรงพลังในกล่องเครื่องมือกลยุทธ์เทรด Forex ได้อย่างฉับพลัน

ปัญหาหลักของจิตวิทยามวลชน ซึ่งจะกลายเป็น “โอกาส” ได้ถ้าคุณรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ก็คือพฤติกรรมฝูง (herd behavior) เวลาเราอยู่คนเดียวและมีเวลาวิเคราะห์สถานการณ์ เรามักตัดสินใจได้มีเหตุผลมากกว่า แต่เมื่ออยู่ในฝูงชน คนมักจะไหลไปตามทิศทางของคนส่วนใหญ่รอบตัว เพราะมนุษย์เราในฐานะ “สัตว์สังคม” แสดงพฤติกรรมแบบนี้มานานนับพันปี ก่อนที่จะมีตลาดการเงินเสียอีก

เช่นเดียวกับฝูงแกะ ฝูงนก หรือฝูงปลา มนุษย์มักปล่อยวางความคิดวิเคราะห์ของตัวเองและอาศัย “ความคิดแบบกลุ่ม” (groupthink) ในการตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีเวลาให้วิเคราะห์มากนัก ความกลัวว่าจะพลาดโอกาส (FOMO) และความโลภที่อยากได้กำไรง่าย ๆ มักบดบังการตัดสินใจที่มีเหตุผล และนี่คือหนึ่งในเหตุผลว่าทำไม “แนวโน้ม” จึงเกิดขึ้น ในโลกการเงินสิ่งนี้มักสะท้อนผ่านพฤติกรรมการลากความคาดหวังต่อไปเรื่อย ๆ (extrapolation)

ถึงอย่างนั้น เหตุผลหลักที่ลำดับ Fibonacci มีความสำคัญในการเทรดก็เพราะพฤติกรรมฝูงนี่เอง ลองนึกภาพว่า หากทุกคนคิดว่าระดับ Fibonacci 38.2% ซ้อนทับกับราคา 110.00 บนคู่เงิน EUR/USD ในสภาวะหนึ่ง และกองทุนเฮดจ์ฟันด์รวมถึงเทรดเดอร์สถาบันรายใหญ่ต่างวางคำสั่งซื้อรอจำนวนมากไว้แถวระดับนี้ พอราคาลงมาถึงจุดดังกล่าวจะเกิดอะไรขึ้น? คำสั่งซื้อจำนวนมหาศาลจะถูกกระตุ้น ทำให้การร่วงลงของ EUR/USD พบแนวรับจำนวนมากทันที มากพอที่จะทำให้แนวโน้มขาลงใหญ่เกิดการกลับตัวเลยทีเดียวใช่ไหมล่ะ

สิ่งนี้เรียกว่า Self-fulfilling Prophecy หากเทรดเดอร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาคู่เงินจะพบแนวรับหรือแนวต้านสำคัญที่ระดับราคาหนึ่ง คำสั่งรอซื้อขายก็จะถูกสะสมอยู่บริเวณนั้น เพียงเพราะทุกคน “คิด” ว่าระดับราคานั้นมีศักยภาพที่จะหยุดแนวโน้มได้ สุดท้ายมันก็มักจะทำได้จริง ๆ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมระดับ Fibonacci จึงทรงพลังมากในเชิงการเทรด

ภาพที่ 1: EUR/USD พบแนวต้านสำคัญใกล้ระดับ Fibonacci Extension

ในภาพที่ 1 เราได้วาดระดับ Fibonacci Extension จากจุดสูงสุด (High) และจุดต่ำสุด (Low) ของแนวโน้มขาขึ้นหลัก จากนั้นจึงต่อเครื่องมือไปยังจุดต่ำสุดของการพักตัว (retracement) เมื่อแนวโน้มขาขึ้นกลับมาดำเนินต่อ ราคาทะลุขึ้นไปเหนือระดับ Fibonacci Extension 0.5 แต่ไม่สามารถปิดเหนือระดับดังกล่าวได้ ไม่นานระดับ Fibonacci สำคัญนี้ก็เปลี่ยนเป็นแนวต้านแข็งแกร่ง และแนวโน้มขาขึ้นก็กลับตัวจากตรงนี้ นี่คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของ Self-fulfilling Prophecy

นอกจากนี้ ระดับ Fibonacci Retracement 50% จริง ๆ แล้วไม่ใช่ตัวเลขในลำดับ Fibonacci แต่ก็ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่เทรดเดอร์ Forex และถูกเพิ่มเข้าไปในชุดระดับ Fibonacci เพราะ “หลักการ 50%” ในทฤษฎี Dow นี่เองก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ Self-fulfilling Prophecy ที่แม้ระดับ 50% จะไม่ใช่ตัวเลขในลำดับ Fibonacci แต่ก็กลายเป็นโซนกลับตัวสำคัญบ่อยครั้ง เพียงเพราะมีเทรดเดอร์จำนวนมากมองว่าระดับนี้เป็นโซนสำคัญภายใต้เงื่อนไขบางอย่างของตลาด

วิธีใช้สูตร Fibonacci ในการเทรด Forex

ซอฟต์แวร์กราฟเทคนิคอลส่วนใหญ่มีเครื่องมือสำหรับวาดระดับ Fibonacci ติดมาให้แล้ว และมีหลายวิธีที่คุณสามารถนำสูตร Fibonacci ไปใช้ในตลาด Forex จริง ๆ แล้วเทรดเดอร์ได้คิดค้นเทคนิคสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ เช่น Fibonacci Fans, Fibonacci Circles, Fibonacci Time Zones ซึ่งตอนนี้กลายเป็นฟีเจอร์พื้นฐานของแพลตฟอร์มวิเคราะห์ทางเทคนิคชั้นนำเกือบทุกเจ้า อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักเริ่มใช้สูตร Fibonacci จากการวาดระดับ Fibonacci Retracement หรือ Fibonacci Extension ก่อน

สำหรับ Fibonacci Retracement เทรดเดอร์จะรอให้เกิดแนวโน้มใหญ่ขึ้นมาก่อน แล้วค่อยรอให้เกิดการพักตัว (retracement) โดยการลากจากจุดต่ำสุด (Low) ไปยังจุดสูงสุด (High) ของแนวโน้มในขาขึ้น หรือจากจุดสูงสุด (High) ไปจุดต่ำสุด (Low) ในขาลง เทรดเดอร์ Forex ก็จะสามารถวาดระดับ Fibonacci Retracement ลงบนกราฟได้ จากนั้นจึงพยายามคาดเดาว่าการพักตัวครั้งนี้อาจหยุดและกลับตัวที่ระดับใด ซึ่งอาจเป็นแนวรับในแนวโน้มขาขึ้น หรือแนวต้านในแนวโน้มขาลง

เมื่อมีสมมติฐานในมือแล้ว เทรดเดอร์อาจเลือกเข้าเทรดเลย หรือใช้เครื่องมือเทคนิคอลอื่นช่วยยืนยันก็ได้ เช่น การใช้ตัวชี้วัดประเภทออสซิลเลเตอร์อย่าง Stochastics เพื่อดูภาวะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไประหว่างการพักตัว จะช่วยให้คาดเดาได้ว่าคู่เงินอาจเด้งกลับและกลับเข้าสู่แนวโน้มหลักที่ระดับ Fibonacci Retracement ใด อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดในการเล่นกับระดับ Fibonacci Retracement คือการมองหาการมาบรรจบกันของปัจจัยเทคนิคหลายอย่าง เช่น แนวรับ–แนวต้านเดิมในอดีตที่ซ้อนกับระดับ Fibonacci Retracement บวกกับสัญญาณกลับตัวของกลยุทธ์การเทรดเชิงเทคนิค

ในทางกลับกัน ระดับ Fibonacci Extension ใช้เพื่อคาดการณ์ว่าราคาอาจหยุดอยู่ที่ใดหลังจากแนวโน้มหลักพักตัวเสร็จและเริ่มเดินหน้าต่อ ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ทางเทคนิคส่วนใหญ่จะมีเครื่องมือ Fibonacci Extension ที่ทำงานคล้าย ๆ กัน

วิธีการวาด Fibonacci Extension คือ เริ่มจากหา “จุดต่ำสุด (Low) และจุดสูงสุด (High)” ของแนวโน้มขาขึ้น หรือ “จุดสูงสุด (High) และจุดต่ำสุด (Low)” ของแนวโน้มขาลงก่อน จากนั้นรอให้เกิดการพักตัวลงในแนวโน้มขาขึ้นและเด้งกลับมาสานต่อแนวโน้มเดิม เมื่อเชื่อมจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดของแนวโน้มขาขึ้นแล้ว ให้ลากจุดที่สามของเครื่องมือไปยังจุดต่ำสุดของการพักตัว การทำเช่นนี้จะได้ระดับ Fibonacci หลายระดับเหนือจุดสูงสุดเดิมของแนวโน้มหลัก ซึ่งใช้เป็นเป้าหมายทำกำไรได้

ในแนวโน้มขาลง ให้เริ่มจากเชื่อมจุดสูงสุด (High) ไปจุดต่ำสุด (Low) ก่อน จากนั้นรอให้การพักตัวขึ้นจบลงและราคากลับเข้าสู่แนวโน้มขาลงเดิม เมื่อถึงจุดนั้นให้วางจุดที่สามของเครื่องมือไว้ที่จุดสูงสุดของการพักตัว ก็จะได้ระดับ Fibonacci Extension ที่วาดอยู่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิมของแนวโน้มขาลง แม้จะไม่มีวิธีใดที่บอกได้แน่นอนว่าแนวโน้มจะหยุดที่ระดับ Fibonacci Extension ใด แต่คุณสามารถใช้การซ้อนกันของแนวรับ–แนวต้านเดิมกับระดับ Fibonacci Extension เพื่อช่วยยืนยันเป้าหมายทำกำไรได้

ดังนั้น วิธีใช้สูตร Fibonacci ที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการผสมผสานทั้งระดับ Retracement และระดับ Extension เข้าด้วยกัน เทรดเดอร์ Forex มืออาชีพที่ใช้ลำดับ Fibonacci เป็นประจำมักจะรอให้แนวโน้มชัดเจนก่อน จากนั้นพยายามเข้าเทรดที่ระดับ Fibonacci Retracement เมื่อการพักตัวจบลง พวกเขาจะตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของการพักตัวในแนวโน้มขาขึ้น หรือสูงกว่าจุดสูงสุดของการพักตัวในแนวโน้มขาลงเพื่อจำกัดความเสี่ยง จากนั้นจึงวาดระดับ Fibonacci Extension เพื่อดูว่าดีลอาจไปได้ไกลแค่ไหน และประเมินสัดส่วนกำไรต่อความเสี่ยง (Reward : Risk) เมื่อการตั้ง Stop loss และเป้าหมายทำกำไรให้สัดส่วนที่เหมาะสม พวกเขาก็จะเข้าเทรด

ทำไมคุณควรใช้เครื่องคำนวณ Fibonacci ของ ForexChurch ในการเทรด Forex

เครื่องคำนวณ Fibonacci ของ ForexChurch ช่วยให้คุณคำนวณได้ทั้งระดับ Fibonacci Retracement และ Fibonacci Extension แม้ซอฟต์แวร์กราฟส่วนใหญ่จะมีเครื่องมือ Fibonacci ติดมาให้ แต่การใช้เครื่องคำนวณของ ForexChurch จะช่วยให้คุณระบุตำแหน่งของทุกระดับ Fibonacci ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เพราะการวาดระดับ Fibonacci บนกราฟด้วยเครื่องมือกราฟิกมักมีโอกาสคลาดเคลื่อนอยู่เล็กน้อย การใช้เครื่องคำนวณแบบเว็บจึงช่วยเพิ่มความแม่นยำให้คุณได้ นอกจากนี้ ยังช่วยให้คุณวาดเส้นแนวนอนของระดับ Fibonacci ที่ต้องการจริง ๆ เท่านั้น แทนที่จะปล่อยให้กราฟรกไปด้วยระดับ Fibonacci ทั้งชุดที่ซอฟต์แวร์ใส่มาให้โดยอัตโนมัติ

วิธีใช้เครื่องคำนวณ Fibonacci ของ ForexChurch ในการเทรด Forex

ภาพที่ 2: ตัวอย่างการใช้เครื่องคำนวณ Fibonacci ของ ForexChurch ในแนวโน้มขาขึ้น

เครื่องคำนวณ Fibonacci แบบเว็บใช้งานไม่ยาก เมื่อคุณเข้าใจแนวคิดการนำลำดับ Fibonacci มาใช้ในตลาด Forex แล้ว ซึ่งเราได้อธิบายไว้อย่างละเอียดด้านบน เครื่องคำนวณนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือสำหรับวาดระดับ Fibonacci ในแนวโน้มขาขึ้น และสำหรับวาดระดับ Fibonacci ในแนวโน้มขาลง

ไม่ว่าตลาดจะเคลื่อนไปในทิศทางใด คุณจำเป็นต้องใส่ตัวเลขหลัก ๆ แค่สามค่าในเครื่องคำนวณ Fibonacci เพื่อให้ได้ระดับ Retracement และ Extension สำคัญทั้งหมด

ในแนวโน้มขาขึ้น เมื่อคุณมั่นใจว่าการพักตัวลง (bearish retracement) เริ่มต้นขึ้นแล้ว ให้ใส่ค่าต่ำสุด (Low) ของแท่งที่เริ่มต้นแนวโน้มขาขึ้นในช่อง Low (L) และใส่ค่าสูงสุด (High) ของแท่งที่จบแนวโน้มขาขึ้นนั้นในช่อง High (H)

จากนั้นให้คลิกปุ่ม “คำนวณ” สีฟ้า เพื่อให้ระบบแสดงระดับ Fibonacci Retracement และใช้ข้อมูลนี้วางแผนเข้าเทรดใกล้ระดับที่คุณต้องการตามกลยุทธ์ของคุณ

เมื่อมั่นใจว่าการพักตัวลงสิ้นสุดและราคากลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นเดิมแล้ว ให้ใส่ค่าต่ำสุดของแท่งที่กลับตัวและพาแนวโน้มขาขึ้นกลับมาในช่อง Custom (C) แล้วคลิก “คำนวณ” อีกครั้ง เพื่อดูระดับ Fibonacci Extension ที่ควรใช้เป็นเป้าหมายการทยอยปิดกำไรหรือปิดดีลทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกติกาการบริหารเงินของคุณเอง

ภาพที่ 3: การวาดระดับ Fibonacci Retracement และ Extension บนกราฟราคา EURUSD

ในภาพที่ 3 เราจะเห็นการวาดระดับ Fibonacci Retracement 50% ที่ปรากฏในภาพที่ 2 ซึ่งเป็นบริเวณที่ EURUSD พบแนวรับระหว่างการพักตัวลงและเกิดการกลับตัวขึ้น นอกจากนี้ยังเห็นได้ว่าเมื่อราคาไปถึงระดับ Fibonacci Extension 100% แนวโน้มขาขึ้นของ EURUSD พบแนวต้านสำคัญและไม่สามารถปิดเหนือระดับดังกล่าวได้ หลังจากพยายามหลายครั้ง ฝั่งซื้อก็ยอมแพ้และแนวโน้มขาขึ้นก็สิ้นสุดลง

หากใช้เครื่องคำนวณ Fibonacci ของ ForexChurch คุณจะสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าอย่างง่ายดายว่าการพักตัวลงมีโอกาสหยุดที่ใด และแนวโน้มขาขึ้นน่าจะจบลงบริเวณไหน เพื่อวางแผนดีลของคุณล่วงหน้าจากการคาดการณ์เหล่านั้น

ต่อไปเรามาดูกันว่าคุณจะใช้เครื่องคำนวณ Fibonacci ของ ForexChurch ในช่วงแนวโน้มขาลงได้อย่างไร

ภาพที่ 4: ตัวอย่างการใช้เครื่องคำนวณ Fibonacci ของ ForexChurch ในแนวโน้มขาลง

ในช่วงแนวโน้มขาลง เมื่อคุณเห็นว่ามีการพักตัวขึ้น (bullish retracement) เริ่มขึ้น ให้ใส่ค่าสูงสุด (High) ของแท่งที่เริ่มต้นแนวโน้มขาลงในช่อง High (H) และใส่ค่าต่ำสุด (Low) ของแท่งที่จบแนวโน้มขาลงนั้นในช่อง Low (L)

จากนั้นเมื่อคุณคลิกปุ่ม “คำนวณ” ระบบจะแสดงระดับ Fibonacci Retracement ที่การพักตัวขึ้นอาจพบแนวต้านแข็งแกร่ง ด้วยความสามารถเชิงคาดการณ์นี้ คุณจึงสามารถวางแผนเข้าเทรดใกล้ระดับที่ต้องการได้ตามกลยุทธ์ของคุณ

เมื่อการพักตัวขึ้นสิ้นสุดและราคาเริ่มกลับเข้าสู่แนวโน้มขาลงเดิม ให้ใส่ค่าสูงสุดของแท่งที่กลับตัวและพาแนวโน้มขาลงกลับมาในช่อง Custom (C) แล้วคลิก “คำนวณ” อีกครั้งเพื่อดูระดับ Fibonacci Extension แม้จะไม่มีวิธีใดบอกได้แน่นอนว่าแนวโน้มขาลงจะจบที่ระดับ Fibonacci Extension ไหน แต่หากคุณทำตามกลยุทธ์การเทรดที่มีระบบตามเทรนด์ เช่น วิธีเลื่อน Stop loss ตามแท่งเทียนสองแท่ง คุณก็จะสามารถเก็บส่วนใหญ่ของการเคลื่อนไหวในแนวโน้มเป็นกำไรได้

ภาพที่ 5: การวาดระดับ Fibonacci Retracement และ Extension บนกราฟราคา GBPUSD

ในภาพที่ 5 เราได้วาดจุดสูงสุด (High) และจุดต่ำสุด (Low) ของแนวโน้มขาลงของ GBPUSD ตามที่คำนวณไว้ในภาพที่ 4 จะเห็นได้ว่าการพักตัวขึ้นพบแนวต้านแข็งแกร่งใกล้ระดับ Fibonacci Retracement 38.2% ที่ราคา 1.8479 เมื่อแนวโน้มขาลงกลับมาดำเนินต่อ โมเมนตัมฝั่งขายก็เพิ่มขึ้นและราคาลงไปถึงระดับ Fibonacci Extension 161.8% ที่ราคา 1.4287 ซึ่งคำนวณจากจุดสูงสุดของการพักตัวที่ 1.8669

สรุปท้ายบทความ

การเทรดด้วยระดับ Fibonacci Retracement และ Extension โดยใช้เครื่องคำนวณ Fibonacci ของ ForexChurch ช่วยเพิ่ม “มุมมองเชิงคาดการณ์” ให้กับกลยุทธ์ของคุณได้เป็นอย่างดี แต่อย่าลืมว่า แค่รู้ว่าการพักตัวอาจกลับเข้าสู่แนวโน้มเดิมที่ตรงไหน หรือแนวโน้มอาจไปได้ไกลแค่ไหน ไม่ได้ทำให้คุณกลายเป็นเทรดเดอร์ที่เก่งขึ้นโดยอัตโนมัติ

กุญแจสำคัญของการใช้ลำดับ Fibonacci ที่ทรงพลังในตลาด Forex คือการผสานมันเข้ากับกลยุทธ์การเทรดที่สามารถรองรับการคาดการณ์จากระดับเหล่านี้ได้อย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น หากคุณไม่มีกลไกการเข้าเทรดที่น่าเชื่อถือเมื่อการพักตัวจบลงและราคากำลังจะกลับเข้าสู่แนวโน้มหลัก ไม่ว่าคุณจะเตรียมพร้อมแค่ไหนที่จะเข้าเทรดที่ระดับ Fibonacci Retracement ใด ๆ กลยุทธ์โดยรวมของคุณก็จะยังทำงานได้ไม่ดีอยู่ดี

เทรดเดอร์บางคนเข้าเทรดที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2% หรือ 61.8% แบบไม่ดูอย่างอื่นเพื่อพยายามเพิ่มสัดส่วนกำไรต่อความเสี่ยงให้สูงที่สุด กลยุทธ์นี้สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีกหากคุณผสมผสานรูปแบบราคา (price action) เช่น มองหาพินบาร์หรือแท่งเทียนกลับตัวแบบ engulfing ใกล้ระดับ Fibonacci Retracement สำคัญ

ยิ่งไปกว่านั้น ความสำเร็จในการเทรด Forex พึ่งพากฎการบริหารเงินอย่างมาก เมื่อมองหาเป้าหมายทำกำไร กลยุทธ์การเทรดของคุณควรมีกติกาที่ชัดเจนและเขียนไว้ล่วงหน้าว่า ภายใต้เงื่อนไขใดบ้างที่คุณจะปิดดีล โดยไม่ทำให้ตัวเองออกจากตลาดเร็วเกินไปจนปล่อยให้กำไรส่วนหนึ่งหลุดลอยไป